ขั้นตอนการหาที่พักเอกชนในประเทศฝรั่งเศส

ขั้นตอนการหาที่พักเอกชนในประเทศฝรั่งเศส

หอพักเอกชน

Rujeeluck Seelakat

(Faculté des Lettres, Sorbonne Université)

การหาหอพักเอกชน หรือที่เรียกง่ายๆว่าหอนอกนั้น เราต้องติดต่อกับบุคคลภายนอกด้วยตนเอง สามารถหาที่พักในฝรั่งเศสได้หลากหลายวิธี เช่น

  • วิธีปากต่อปาก เป็นที่นิยมในกรณีที่มีนักเรียนไทยจบการศึกษาและเจ้าของบ้านชาวฝรั่งเศสต้องการหาผู้เช่ารายใหม่ เจ้าของบ้านมักมีความเปิดกว้างกับนักศึกษาต่างชาติมากกว่าเจ้าของบ้านโดยทั่วไป
  • ติดต่อเอเจนซีอสังหาริมทรัพย์ (agence immobilière)โดยตรง แต่มีค่าบริการสูงและต้องเสียค่านายหน้า
  • เว็บไซต์ airbnb.com เหมาะกับนักศึกษาที่มีหลักสูตรการเรียนและฝึกงานระยะสั้นในเมืองใหญ่ เจ้าของบ้านมักสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีและมีรีวิวในเว็บไซต์ประกอบการตัดสินใจ
  • จากประกาศโฆษณาตามเว็บไซต์ที่คนในฝรั่งเศสนิยม เช่น leboncoin.fr, pap.fr, seloger.com ซึ่งมีทั้งเจ้าของบ้านและบริษัทตัวแทนให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มาลงประกาศ ในเว็บไซต์เหล่านี้มีบริการ search engine ให้เราเลือกย่านอาศัยและราคาที่เหมาะสมได้
  • กรุ๊ป Facebook “นักเรียนไทยในปารีส” ซึ่งมักจะมีห้องว่างให้เช่าสำหรับนักเรียนไทยในปารีสและปริมณฑล

ข้อควรพิจารณาในการหาหอพักเอกชน

  • ที่พักในฝรั่งเศสมีหลากหลายรูปแบบทั้งหอพักนักเรียน (dortoir) อพาร์ตเมนต์สตูดิโอ (studio) การแบ่งให้เช่าห้องหนึ่งในบ้านหรือห้องหนึ่งในห้องชุดอพาร์ตเมนต์ (colocation) หากใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบ้านหรือเพื่อนร่วมห้อง ควรมีความเกรงใจ ถ้อยทีถ้อยอาศัย หากเป็นเพื่อนนานาชาติควรพยายามเปิดใจเรียนรู้วัฒนธรรมต่างๆ เป็นโอกาสอันดีที่จะได้เรียนรู้โลก
  • หากเช่าอพาร์ตเมนต์ในปารีส ควรอ่านรายละเอียดสถานที่อย่างละเอียด อพาร์ตเมนต์จำนวนมากมักไม่มีลิฟต์ จะใช้บันไดวน ห้องชั้นบนสุดของตึกหรือห้องใต้หลังคา (chambre de bonne แปลตรงตัวว่าห้องของสาวใช้) มักมีราคาถูกกว่าห้องชั้นอื่นๆเพราะห้องจะชื้นและเย็นมากในฤดูหนาว แม้จะมีฮีตเตอร์แล้วก็ตาม
  • หากต้องการความเป็นส่วนตัวและต้องการสมาธิสูง ควรเลือกเช่าอพาร์ตเมนต์สตูดิโอ
  • ควรศึกษารายละเอียดอพาร์ตเมนต์ให้มีความสะดวกในการคมนาคมและใกล้กับสถานศึกษา/สถานที่ฝึกงาน อพาร์ตเมนต์ตั้งอยู่ในย่านที่ปลอดภัย
  • การนับชั้นของตึกมีความแตกต่าง (ตึกชั้นแรกของไทย เท่ากับชั้นใต้ดินของฝรั่งเศส
  • หากทำได้ ควรมีโอกาสได้เห็นสถานที่จริงหรือติดต่อคนรู้จักให้ช่วยดูสถานที่จริงก่อนตัดสินใจเช่าและเซ็นสัญญา เพราะมีมิจฉาชีพต้มตุ๋นอยู่ไม่น้อย และมาในสารพัดรูปแบบ นักเรียนหลายรายเคยถูกหลอกจากภาพโฆษณาอพาร์ตเมนต์ที่สวยงามเกินจริงหรือร้ายแรงกว่านั้น หลีกเลี่ยงโฆษณาอพาร์ตเมนต์ที่มีแต่คำบรรยายและไม่มีภาพถ่าย
  • ควรศึกษารายละเอียดในสัญญาเช่าบ้านให้ดีก่อนเซ็นสัญญา สามารถอ่านต่อได้ที่บทความถัดไป
  • การหาที่พักในเมืองใหญ่ๆในประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะในปารีสเป็นเรื่องที่ยากมาก (ตามผลสำรวจปี 2020 นี้ ปารีสยังคงเป็นเมืองที่ค่าครองชีพที่แพงที่สุดในโลกร่วมกับฮ่องกงและสิงคโปร์) เป็นเรื่องท้าทายแม้กระทั่งสำหรับคนฝรั่งเศสเอง เพราะพื้นที่มีจำกัดและค่าครองชีพสูง ไม่ว่าใครย่อมต้องการที่พักราคาย่อมเยา อพาร์ตเมนต์หลายที่มีคนลงรายชื่อต้องการเช่าจำนวนมาก คิวในการเข้าชมบ้านต้องรอนานและได้เข้าชมบ้านเพียงครู่เดียว และต้องผ่านการสัมภาษณ์กับเจ้าของบ้านอีกหลายครั้ง เราจึงควรไปติดต่ออย่างมีวาทศิลป์และเตรียมตัวไปอย่างดี รู้จักใช้จิตวิทยาในการติดต่อ
  • ควรหาที่พักสำรองหลายที่ เพราะเราไม่สามารถจะวางใจได้จนกว่าจะได้เซ็นสัญญาเช่าบ้าน หลายครั้งเจ้าของบ้านชาวฝรั่งเศสไม่ยินดีให้นักศึกษา โดยเฉพาะนักศึกษาต่างชาติเช่าบ้าน

 

การเช่าบ้านหรืออพาร์ตเมนต์

กันยนาถ จันทร์พินิจรัตน์

(Faculté de Droit, Université Toulouse 1 Capitole)

เมื่อเราได้ที่พักในทำเล และราคาที่เราต้องการแล้ว กระบวนการต่อไปที่เราในฐานะ “ผู้เช่า” คือ ขั้นตอนของการเข้าไปดูสถานที่จริงหลังจากนัดวันกับผู้รับผิดชอบดูแลสถานที่ ซึ่งอาจจะเป็นเจ้าของเอง หรือผู้จัดการ หรือตัวแทนที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าของ (Agence Immobilière) ซึ่งเมื่อเราตัดสินใจที่จะเช่าบ้าน หรือ อพาร์ตเมนต์แห่งนั้นแล้ว ก็มีขั้นตอนต่อไปที่เราจะต้องเตรียมตัวเพื่อทำสัญญาเช่ากับ ผู้ให้เช่า จำแนกออกเป็นสองกรณี คือ

1. การเช่าบ้านหรืออพาร์ตเมนต์

    1. เงินและเอกสารที่จะต้องใช้ในการเช่าบ้าน
    2. ค่าประกัน (caution) 1 เดือน (ตามอัตราค่าเช่าปกติ)
    3. ค่าธรรมเนียมให้เอเจนซี่ (honoraires) 1 เดือนของค่าเช่าบ้านหรือมากกว่านั้น
    4. ผู้ค้ำประกัน เจ้าของบ้านส่วนมากจะต้องการคนค้ำประกันเป็นชาวฝรั่งเศสที่เสียภาษีเงินได้ในฝรั่งเศสและจะต้องมีเงินเดือนมากกว่าค่าเช่าบ้าน 3 เท่า เอกสารที่ต้องการเช่น บัตรพำนักของ ผู้ค้ำประกัน ใบเงินเดือน 3 เดือนสุดท้าย สำแดงใบภาษี
    5. หากไม่มีผู้ค้ำประกัน สามารถทำประกันกับธนาคาร (caution bancaire) ซึ่งจะต้องมีเงินในบัญชีเท่ากับค่าเช่าบ้านระหว่าง 6 เดือน – 1 ปี เช่น ค่าเช่าบ้าน 600 ยูโร เงินที่จะทำค้ำประกันจะต้องมีเท่ากับ 600 X 12 = 7200 ยูโร เงินจำนวนนี้จะไม่สามารถนำออกมาใช้ได้ จะต้องเสียค่าทำประกันประมาณ 100 ยูโร หลังจากนั้น ธนาคารจะเรียกเก็บค่าบำรุงรักษาบัญชีรายเดือน ประมาณเดือนละ 15 ยูโร เมื่อได้ใบประกันจากธนาคารแล้ว ต้องส่งต่อให้เอเจนซี่หรือเจ้าของบ้าน และหากย้ายออก จะต้องขอเรียกคืนใบประกันนี้จากเอเจนซี่หรือเจ้าของบ้านเสมอ
    6. หากเป็นกรณีนักเรียนนักศึกษาในสถานศึกษาของรัฐ ทางรัฐบาลได้กำหนดเงื่อนไขการค้ำประกันพิเศษไว้ ผ่านทางเว็บไซต์ Lokavitz ซึ่งเราสามารถเข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัว และรอรับเอกสารค้ำประกันจากทางรัฐบาลได้ผ่านทางอีเมลส่วนตัวของเรา แล้วจึงนำไปยื่นกับทางหอพักนั้นต่อไป (กรณีการขอเอกสารค้ำประกันผ่าน Lokavitz นี้ส่วนใหญ่จะใช้ได้กับหอพักนักเรียนเท่านั้น ดังนั้น ทางผู้จะเช่าหอพักควรสอบถามผู้จัดการหอ หรือ ตัวแทนผู้ดำเนินการเอาห้องออกให้เช่า Agence Immobilière ให้ดีว่า รับการค้ำประกันประเภทนี้หรือไม่)
    7. บัตรพำนักของผู้เช่า กรณีที่ยังไม่ได้บัตรพำนักก็อาจจะใช้สำเนาหนังสือเดินทางและสำเนาวีซ่าเข้าประเทศฝรั่งเศสไปก่อน

2. การตรวจสภาพบ้านพัก

การทำ l’état des lieux จะเป็นการตรวจสอบสภาพบ้านพักร่วมกันระหว่างเจ้าของบ้าน (หรือบริษัทนายหน้า) และผู้เช่า โดยเป็นกระบวนการสำคัญที่จะต้องตรวจสอบในกรณีต่างๆของบ้านที่จะเช่า ได้แก่ ทรัพย์สินที่มีอยู่ในบ้าน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ภายในบ้านมีกี่ชิ้นและสภาพเป็นอย่างไร ผนัง พื้น เพดาน ประตู การเดินไฟฟ้า เครื่องทำความร้อน หน้าต่าง ห้องน้ำ ท่อน้ำสภาพเป็นอย่างไร โดยลักษณะสภาพจะแบ่งเป็น สภาพดี (bon état) สภาพปกติ (état moyen) สภาพไม่ดี (mauvais état) ต้องซ่อมแซม ( revêtement) รวมถึงผู้เช่าได้รับกุญแจกี่ดอก

ข้อพึงระวัง และข้อควรทำในการเช่าบ้านหรืออพาร์ตเมนต์

  1. ควรเลือกบ้านพักที่เหมาะสมกับความสามารถในการจ่ายเงินค่าเช่า ประกอบกับสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่มีความจำเป็นที่เอื้ออำนวยต่อการศึกษา และการพักอาศัย
  2. หากเป็นไปได้ก่อนทำการเช่า ควรมั่นใจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของบ้านพัก เช่น ไม่ควรเลือกพักอยู่ชั้นล่างสุดหรือชั้นบนสุดที่เสี่ยงต่อความชื้นและความหนาวเย็น ความมืดทึบของบ้าน เสียงดังจากรถยนต์ (หันหน้าทางถนน) ความปลอดภัย ความเป็นมิตรของเพื่อนบ้าน ผู้ดูแลบ้าน(gardien) และความสะดวกในการเดินทาง ฯลฯ
  3. หนังสือ l’état des lieux แบ่งเป็น 2 ชุดให้ผู้เช่าและผู้ให้เช่าลงนามรับทราบร่วมกัน เกี่ยวกับสภาพห้องพัก ทรัพย์สินในบ้านพัก โดยผู้เช่าอาจจะถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานในกรณีที่บ้านมีสภาพ ไม่สมบูรณ์ เช่น ผนังมีการเจาะรู มีรอยร้าว มีน้ำรั่ว ฯลฯ ทั้งนี้ กรณีบ้านพักที่มีสภาพไม่สมบูรณ์ ก่อนการทำสัญญาเช่าจะต้องทำการตกลงกับผู้ให้เช่า หรือบริษัทนายหน้าเกี่ยวกับการซ่อมแซมให้มีสภาพพร้อมอยู่ และจะต้องมีการนัดตรวจสภาพอีกครั้งจนกระทั่งพอใจด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย
  4. เมื่อเลิกเช่า จะต้องทำการตรวจสภาพของห้องพักอีกครั้ง หากผู้เช่าทำสิ่งของเสียหาย เจ้าของบ้านพักจะหักเงินจำนวนหนึ่งจากค่าประกัน 1 เดือนที่ให้ไว้
  5. ผู้เช่าจะต้องทำประกันภัยให้กับห้องพักของตนเอง สามารถทำได้กับบริษัทเอกชนหรือกับธนาคาร โดยผู้เช่ารับผิดชอบจ่ายเอง
  6. ศึกษาให้ดีเกี่ยวกับเงื่อนไขสัญญาเช่าว่าผู้เช่าต้องเสียค่าเช่าเท่าใด ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ท อยู่ในความรับผิดชอบใคร(ปกติผู้เช่าต้องจ่ายเอง ยกเว้นค่าน้ำประปา)
  7. ตกลงกับผู้ให้เช่า หรือ บริษัทนายหน้าให้ชัดเจนเกี่ยวกับการเปิดมิเตอร์ค่าไฟ-น้ำ โทรศัพท์ ว่าใครเป็นผู้ดำเนินการ และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเท่าใด
  8. ศึกษาเงื่อนไขในสัญญาเช่าที่อาจจะทำให้ผู้เช่าเสียเปรียบ เช่น การเก็บค่าประกันบ้าน ระยะเวลาเช่า การขึ้นค่าเช่า การยกเลิกสัญญาเช่า ฯลฯ

3. การทำสัญญาเช่า (contrat de location)  จะระบุรายละเอียดของผู้ให้เช่าและผู้เช่า และรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. สถานที่เช่า
  2. หลักการทางกฎหมาย คือ การเช่าจะต้องให้สำหรับเป็นที่พักอาศัยหลัก
  3. ระยะเวลา – การยกเลิกสัญญาเช่า ระบุระยะเวลาเช่า เช่น 1 ปี หรือ การเลิกเช่า ต้องบอกแจ้งเจ้าของที่พักภายในกำหนด เช่น 2 เดือน หรือหากต้องการต่อสัญญาเช่าจะต้องแจ้งเจ้าของที่พักภายในระยะเวลา 1 เดือนก่อนสัญญาหมดอายุ
  4. ค่าเช่าและค่าบำรุงรักษาพื้นที่ส่วนกลาง กำหนดว่าจะต้องจ่ายค่าเช่าโดยการโอนเงินทาง ธนาคาร ทางเช็ค และจะต้องจ่ายวันที่เท่าไหร่ของเดือน รวมถึงการกำหนดการทบทวนค่าเช่าบ้าน
  5. การวางค่าประกัน ประมาณ 1 – 2 เดือนของค่าเช่าบ้าน
  6. ข้อบังคับ เช่น จ่ายค่าเช่าบ้านตามเวลาที่กำหนด ผู้เช่าจะต้องทำประกันภัยด้วยตนเอง หากมีความเสียหายภายในที่พัก จะต้องแจ้งผู้ให้เช่า ห้ามให้ผู้อื่นเช่าต่อ อนุญาต/ไม่อนุญาตให้มีสัตว์เลี้ยง ไม่อนุญาตให้มีการเปลี่ยนแปลงสภาพที่พักอาศัย ฯลฯ

ข้อควรระวัง

  1. สัญญาเช่าทั้งผู้ให้เช่าและผู้เช่าจะต้องลงนามทั้งสองฝ่าย จึงควรต้องอ่านและเข้าใจทุกๆ ข้ออย่างละเอียด หากไม่เข้าใจหรือไม่เห็นด้วย หรือไม่เป็นไปตามข้อตกลงก็ไม่ควรลงนาม ควรสอบถามเพิ่มเติมหรือหาทางเจรจา
  2. เก็บหลักฐานสัญญาเช่าบ้านไว้ให้ดี เพราะจะต้องใช้ในอีกหลายกรณี และสามารถไว้ใช้อ้างอิงกรณีเจ้าของบ้านไม่กระทำตามสัญญาเช่า

 

Share this post

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *