การเดินทางภายในเมือง PARIS

การเดินทางภายในเมือง PARIS

การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะภายในเมืองปารีส

โดย นายยุทธนา ฤทธิ์ทวี
(Doctoral School of Oncology, Université Paris-Saclay, ปารีส)

2 min reads

  • ปารีส เป็นเมืองหนึ่งในแคว้น อิล-เดอ-ฟรองซ์ ในด้านระบบการเดินทาง แบ่งออกเป็นโซนต่างๆ 5 โซน โดยเมืองปารีส อยู่ในโซน 1 แต่สถานที่บางแห่งที่สำคัญ ไม่ได้อยู่ในโซน 1 เช่น สนามบิน CDG ดิสนีย์แลนด์ แวร์ซาย
  • ขนส่งสาธารณะในปารีส โซนที่ 1  แบ่งออกเป็น เมโทร (Métro), รถไฟ RER, รถราง (Tram) และ รถเมล์
  • ตั๋วโดยสารนั้นแบ่งออกเป็นหลายประเภทด้วยกัน ทั้งแบบเที่ยวเดียว แบบรายวัน แบบรายเดือน และแบบรายปี ซึ่งมีความเหมาะสมกับรูปแบบการใช้ชีวิตในปารีสที่ต่างกัน
  • ตั๋วเที่ยวเดียวแม้ว่าจะมีราคาต่อใบถูกที่สุด แต่สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางจำนวนหลายครั้งแล้ว ตั๋วเที่ยวเดียวเป็นตั๋วที่มีความคุ้มค่าน้อยที่สุด
  • ตั๋วแบบรายสัปดาห์และรายเดือนนั้นมีความคล่องตัวที่สูงกว่าตั๋วเที่ยวเดียว แต่มีเงื่อนไขการนับเวลาที่จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจ
  • หากเป็นผู้ที่ต้องอาศัยอยู่เป็นเวลานาน บัตรรายปีนั้นมีความคุ้มค่ามากกว่ามาก โดยเฉพาะผู้ที่อายุต่ำกว่า 26 ปี

 

15 mins read
หนึ่งในเรื่องที่ชวนปวดหัวและเข้าใจได้ยากในช่วงแรกที่มาศึกษาต่อที่ปารีสก็คงหนีไม่พ้นเรื่องระบบการขนส่งสาธารณะภายในเมือง แม้ว่าปารีสจะเป็นหนึ่งในมหานครที่มีระบบขนส่งสาธารณะที่ดีที่สุดในโลก มีวิธีในการเดินทางที่หลากหลาย เช่น เมโทร 14 สาย รถไฟRER 5 สาย รถราง 8 สาย และรถเมล์ 315 เส้นทาง พร้อมกับป้ายรถเมล์กว่า 12,000 จุดให้บริการอยู่อย่างครอบคลุมเกือบทุกถนนภายในเมือง อย่างไรก็ดี บ่อยครั้งที่ผู้มาใหม่มักจะสบสันถึงระบบการนับโซน เงื่อนไขการใช้ตั๋ว และวิธีการสมัครตั๋วรายเดือนแบบต่าง ๆ บทความนี้จะมาช่วยสรุปเพื่อทำความเข้าใจถึงตั๋วประเภทต่าง ๆ และเงื่อนไขในการใช้งาน

  1. การนับเขตและโซนภายในปารีส

เมืองปารีสนั้นประกอบได้ด้วยเขตทั้งหมด 20 เขต ที่เรียกว่า “arrondissements” หรือที่คนไทยบางกลุ่มเรียกว่า “คุ้ม” ทั้ง 20 เขตมีการเรียงลำดับต่อกันจากเขตเมืองชั้นในสู่ชั้นนอก และนับตัวเลขต่อกันลักษณะแบบก้นหอยวนตามเข็มนาฬิกา เราสามารถสังเกตถึงเขตที่เราอาศัยอยู่ได้ด้วยการดูที่ป้ายบอกชื่อถนนบริเวณหัวมุมของทางแยกต่างๆ จะปรากฎตัวเลขสื่อถึงเขตที่เราอาศัยอยู่ได้ เช่น 5ème หมายถึง เขตที่ 5 นอกจากนี้ยังสามารถสังเกตได้จากท้ายของรหัสไปรษณีย์ที่จะขึ้นต้นด้วย 75 อันเป็นรหัสเมืองปารีส แล้วตามด้วย 0XX อันเป็นเขตที่เราอาศัยอยู่ เช่น 75005 ในเขต 5 หรือ 75014 ในเขต 14 เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ทั้ง 20 เขตของเมืองปารีสนั้นตั้งอยู่ภายในโซน 1 จากทั้งหมด 5 โซน ของแคว้น Île-de-France  

การเรียงลำดับทั้ง 20 เขต (arrondissements) ของเมืองปารีส ซึ่งทั้งหมดอยู่ในโซน 1

นอกในโซน 1 ที่เป็นใจกลางเมืองของปารีสแล้ว การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะยังสามารถเดินทางไปสู่เมืองปริมณฑลภายในแคว้น Île-de-France ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งจะมีการกำหนดโซนออกไปวัดจากศูนย์กลางปารีส แบ่งออกเป็น โซน 2 ถึง 5 ทำให้การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะจำเป็นจะต้องคำนึงถึงการเดินทางที่อาจข้ามโซนไว้ด้วย เพราะจะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน

โซน 1 ถึง 5 ของแคว้น Île-de-France อย่างคร่าวๆ

  1. ตั๋วโดยสารเที่ยวเดียว

ตั๋วประเภทแรกที่อยากจะแนะนำก็คือเจ้าตั๋ว Tciket t+ ซึ่งเป็นตั๋วโดยสารภายในเมืองปารีสประเภทเที่ยวเดียว จะมีลักษณะเป็นตั๋วกระดาษสีขาว สนนราคาอยู่ที่ใบละ 1.90 ยูโร (นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562) และเราสามารถซื้อตั๋วเป็นชุด 10 ใบ ในราคา 14.90 ยูโร ที่เรียกว่าการ์เนต์ (Carnet) โดยสามารถใช้โดยสารได้ในทุกระบบขนส่งสาธารณะ ดังนี้

 

 

 

 

 

*หมายเหตุ: ตั๋วโดยสาร Ticket t+ ราคา 1.9 ยูโรไม่สามารถใช้ได้กับรถไฟ RER เพื่อเดินทางข้ามระหว่างโซน 1 ไปยังโซน 2 ถึง 5 อาทิเช่น การเดินทางระหว่างใจกลางเมืองสู่สนามบิน CDG ซึ่งอยู่ในโซน 5 พระราชวังแวร์ซายซึ่งอยู่ในโซน 4 และ ดิสนี่ย์แลนด์ซึ่งอยู่ในโซน 5 หากเราต้องการที่จะซื้อตั๋วเที่ยวเดียวเพื่อเดินทางข้ามโซนก็สามารถซื้อได้ตามปกติ หากแต่จะมีราคาที่สูงกว่าตั๋ว ticket T+ แบบปกติ ดังตัวอย่างในตาราง 

เงื่อนไขในการใช้ตั๋วประเภท Ticket T+

แม้ว่าจะเป็นตั๋วโดยสารสำหรับการเดินทางเที่ยวเดียว แต่เราสามารถใช้ตั๋วใบเดิมซ้ำได้ในกรณีที่ยังอยู่ในการเดินทางครั้งเดียวกัน โดยมีกฎกติกาในการใช้ตั๋วโดยสารชนิดนี้ดังต่อไปนี้

  1. ตั๋วหนึ่งใบสามารถใช้ได้ภายใน 1 ชั่วโมง 30 นาทีนับตั้งแต่การใช้การครั้งแรกเพื่อผ่านจากเครื่องตรวจตั๋วเข้าสู่สถานี
  2. การต่อรถที่สามารถใช้ตั๋วใบเดิมได้จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง ดังนี้
  •     การเปลี่ยนจากเมโทรสายหนึ่งไปเมโทรอีกสายหนึ่งโดยไม่ออกจากสถานี 
  •     การเปลี่ยนจากเมโทรไปสู่รถไฟ RER อีกสายหนึ่งโดยไม่ออกจากสถานี
  •     การเปลี่ยนจากรถเมล์สายหนึ่งไปต่อรถเมล์อีกสายหนึ่ง
  •     การเปลี่ยนจากรถรางไปต่อรถเมล์ที่มีเส้นทางตัดผ่านเส้นทางรถรางก่อนหน้า
  •     การเปลี่ยนจากรถเมล์กลางคืนสายหนึ่งไปต่อรถเมล์กลางคืนอีกสายหนึ่ง

 

ข้อควรระวัง1: ผู้โดยสารไม่สามารถใช้ตั๋วโดยสารใบเดิมที่ใช้ขึ้นเมโทรเพื่อไปขึ้นรถเมล์ต่อได้เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขที่อธิบายไปก่อนหน้า

ข้อควรระวัง2: ตั๋วโดยสารเที่ยวเดียวที่ซื้อกับคนขับบนรถเมล์จะมีราคา 2 ยูโร และไม่สามารถใช้ได้กับการโดยสารประเภทอื่นรวมไปถึงไม่สามารถใช้ในการต่อรถแบบในเงื่อนไขปกติได้

ข้อควรระวัง3: ตั๋วแบบกระดาษมักตามมาด้วยปัญหาจุกจิกกวนใจ อาทิ การเสื่อมของแถบแม่เหล็กเมื่อเราเก็บตั๋วไว้ใกล้โทรศัพท์มือถือ หรือ ขาดยุ่ยเมื่อเปียกน้ำ ผู้โดยสารควรระมัดระวังในการเก็บรักษาตั๋วประเภทนี้

อัพเดท: ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2019 เป็นต้นไป

ตั๋วโดยสารเที่ยวเดียวแบบกระดาษ Ticket T+ ที่เราคุ้นเคยกันถูกใช้งานคู่กับการโดยสารสาธารณะของกรุงปารีสมายาวนานกว่า 119 ปีนั้น กำลังจะถูกยกเลิกการใช้งานในช่วงฤดูร้อนของปี 2020 ที่จะถึงนี้ และถูกทดแทนด้วยบัตรโดยสารแบบพลาสติกแข็งที่เรียกว่า Navigo Easy โดยที่เงื่อนไขการใช้งานและราคายังคงเดิมเช่นเดียวกับตั๋ว Ticket T+  เดิมทุกประการ มีเพียงหนึ่งจุดที่แตกต่างกันก็คือ เราจำเป็นจะต้องซื้อบัตรเปล่าราคา 2 ยูโร มาเพื่อเติมเที่ยวโดยสารลงไปแต่สามารถเก็บบัตรนี้ไว้เติมเที่ยวโดยสารได้ต่อไปเรื่อยๆ

  1. ตั๋วโดยสารรายวัน Paris visite pass 

หากมีความจำเป็นจะต้องเดินทางจำนวนหลายครั้งในระยะเวลาไม่กี่วัน การใช้ตั๋วประเภท Ticket T+ หลายๆใบก็จะอาจจะมีราคาแพงกว่าตั๋วอีกประเภทที่เราจะแนะนำต่อไปนี้ที่เรียกว่า ตั๋ว Paris visite pass แม้ว่าตั๋วประเภทนี้จะมีลักษณะเป็นตั๋วกระดาษคล้ายกับตั๋วโดยสารเที่ยวเดียวก่อนหน้า แต่ตั๋ว Paris visite pass นั้นสามารถใช้ซ้ำได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยมีให้เลือกซื้อทั้งแบบ 1 2 3 และ 5 วัน และมีราคาตามตารางดังนี้

ตั๋ว Paris visite pass ประเภทโซน 1 ถึง 5 ยังสามารถใช้เดินทางไป-กลับสนามบิน CDG ผ่านการโดยสายรถไฟ RER สาย B และเดินทางไปยังสนามบิน Orly ด้วยรถไฟ OrlyVal

ผู้ที่ถือตั๋ว Paris visite pass ยังได้รับสิทธิพิเศษตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆภายในปารีสอีกด้วย อาทิ

  • ส่วนลด 25% ในการใช้บริการล่องเรือนำเที่ยวบนแม่น้ำแซน (Bateaux Parisiens)
  • ส่วนลด 25% ค่าเข้าชมประตูชัย (Arc de Triomphe)
  • ส่วนลด 20% ค่าเข้าชมกงซีแยร์เฌอรี (Conciergerie)
  • ส่วนลด 2.50 ยูโร ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์พิคาสโซ่ (Picasso Museum)
  • ส่วนลด 20% ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ทหาร แอ็งวาลิด (Army Museum/Invalides)
  • ส่วนลด 2 ยูโร ค่าเข้าชมพระราชวังฟงแตนโบล (Chateau de Fontainebleau)
  • ส่วนลด 10% เมื่อช็อปปิ้งที่ห้าง Galeries Lafayett และได้รับกระเป๋าฟรี 1 ใบ เมื่อซื้อของครบ 40 ยูโร

ผู้อ่านสามารถตรวจสอบสิทธิประโยชน์ทั้งหมดได้ ที่นี่ 

ข้อควรระวัง1: กติกาของตั๋ว Paris visite pass นั้นนับระยะเวลาการใช้งานด้วยจำนวนวัน ไม่ใช่จำนวนชั่วโมง ดังนั้นหากเราเริ่มต้นใช้งานตั๋วในช่วงเวลากลางคืนก่อนเที่ยงคืน คืนนั้นก็จะถูกนับว่าเป็นวันแรกเรียบร้อยแล้ว และเช้าวันรุ่งขึ้นก็จะเป็นวันที่สองของการใช้งาน

ข้อควรระวัง2: คือข้อมูลต่างๆที่ถูกระบุไว้บนตั๋วซึ่งจะแตกต่างกันไปตามจำนวนโซน (Zones) และจำนวนวันที่เราได้เลือกซื้อ (Jours) นอกจากนี้ผู้ซื้อจำเป็นต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวลงไปในตั๋วตามช่องว่างที่ได้เว้นเอาไปด้วยปากกา ได้แก่ นามสกุล (NOM) ชื่อจริง (Prénom) วันที่เริ่มต้นใช้งาน (du) วันสุดท้ายที่ตั๋วใช้งานได้ (au) โดยที่การกรอกข้อมูลต่างๆนี้ก็เพื่อไม่ให้เกิดการวนตั๋วใช้งานนั่นเอง

  1. บัตรรายสัปดาห์ และ บัตรรายเดือน Navigo card

คงไม่ใช่สำหรับผู้มาใหม่ทุกคนที่จะสามารถหาที่พักที่อยู่ใกล้กับสถานศึกษาและสามารถใช้วิธีการเดินเท้าในการไป-กลับได้ หากเราคำนวนจำนวนเที่ยวอย่างน้อยต่อเดือนว่าเราจำเป็นต้องเดินทางอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งในการไปโรงเรียนและการกลับบ้าน การซื้อตั๋วเที่ยวเดียวในราคาที่ถูกที่สุดแบบตั๋วชุดก็ยังมีค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 1.49 ยูโร X 2 X 30 = 89.4 ยูโร คงจะเป็นการดีกว่าหากเราเลือกใช้บัตรโดยสารประเภทรายสัปดาห์/รายเดือนเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางลงไปได้

บัตร Navigo หรือ Navigo Decouverte คือบัตรโดยสารที่สามารถใช้ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งและสามารถใช้ได้กับทุกประเภทของรถโดยสาร โดยมีราคาค่าบัตรเปล่าเพื่อเริ่มต้นการใช้งานอยู่ราคา 5 ยูโรต่อบัตรหนึ่งใบและสามารถซื้อเวลาในการเดินทางได้แบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลาคือ ซื้อการเดินทางแบบรายสัปดาห์และแบบรายเดือน

4.1 บัตร Navigo แบบรายสัปดาห์ นั้นมีราคาอยู่ที่ 22.8 ยูโร (ไม่รวม 5 ยูโรค่าบัตรในตอนแรก) โดยสามารถเดินทางได้ทั้ง 5 โซนของปารีส (Navigo รายสัปดาห์ ยังมีแบบที่แยกขายเฉพาะโซน 2-3 3-4 หรือ 4-5 และมีราคาถูกลงกว่าราคาที่กล่าวไปก่อนหน้าเล็กน้อย แต่จะไม่สามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองปารีสซึ่งเป็นโซน 1 ได้ เนื่องจากโซนที่ซื้อไม่ได้ครอบคลุมโซน 1  นั่นเอง) ทั้งนี้ แม้ว่าจะถูกเรียกว่ารายสัปดาห์ แต่การนับเวลาจะเริ่มต้นที่ 00:00:01 นาฬิกาของวันจันทร์ และจะหมดอายุตอน 23:59:59 นาฬิกาของคืนวันอาทิตย์ เช่น หากซื้อบัตร Navigo แบบรายสัปดาห์ในวันอังคาร เวลา 9:00 นาฬิกา บัตรใบนั้นก็จะยังใช้ได้ถึงแค่ 23:59:59 นาฬิกาของคืนวันอาทิตย์อยู่ดี ไม่สามารถใช้ได้ถึง 8:59 นาฬิกาของวันอังคารถัดไปอย่างที่มักเข้าใจผิดกัน โดยบัตร navigo รายสัปดาห์นั้นสามารถซื้อได้ถึงแค่เที่ยงคืนของวันพฤหัสในแต่ละสัปดาห์เพื่อเริ่มต้นใช้งานในสัปดาห์นั้นเลย การซื้อบัตร Navigo รายสัปดาห์ในเช้าวันศุกร์นั้นบัตรดังกล่าวจะเริ่มต้นใช้งานได้วันจันทร์ถัดไป

4.2 บัตร Navigo แบบรายเดือน นั้นมีราคาอยู่ที่ 75.2 ยูโร (ไม่รวม 5 ยูโรค่าบัตรในตอนแรก) โดยสามารถเดินทางได้ทั้ง 5 โซนของปารีสเช่นกัน เริ่มนับเวลาการใช้งานในวันที่ 1 ของแต่ละเดือนและหมดอายุในวันสุดท้ายของเดือนนั้นๆ บัตร Navigo แบบรายเดือนจะสามารถซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 20 ของเดือนก่อนหน้าเพื่อใช้งานในเดือนถัดไป 

การซื้อบัตร Navigo นั้นสามารถซื้อได้ 2 วิธี ทั้ง offline และ online วิธีแรกคือการติดต่อขอซื้อในทุกๆสถานีเมโทร รถไฟ RER และรถไฟ Transilien โดยที่ผู้ใช้บริการจำเป็นต้องเตรียมรูปถ่ายหน้าตรงขนาดเล็ก (ขนาดกรอบประมาณ 3 cm X 2.5cm) ไปด้วย 1 รูปเพื่อแปะลงบนบัตรและเขียนชื่อกำกับบนบัตรเพื่อป้องกันการวนบัตร หรือ วิธีที่สองคือการสั่งผ่านหน้าเว็บไซต์ http://www.navigo.fr/ ที่เราจะสามารถอัพโหลดรูปถ่ายหน้าตรง จ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต และสั่งให้มาส่งบัตรตามที่อยู่ของเราได้ด้วยตนเอง

  1.  บัตรรายปี Imagine’R และ Navigo annuel

สิทธิประโยชน์นั้นมักเกิดแก่ผู้ที่แสวงหา หากผู้อ่านได้มาถึงท่อนนี้ของบทความแล้วและมีแผนที่จะต้องอาศัยอยู่ในปารีสเป็นช่วงเวลานาน เช่นจนกว่าจะสำเร็จการศึกษา เราขอแนะนำบัตรประเภทสุดท้ายที่จะพูดถึงในบทความนี้ ที่จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่าย นั่นคือบัตรโดยสารประเภทรายปี 

5.1 บัตร Imagine’R เป็นบัตรโดยสารไม่จำกัดครั้งประเภทรายปี ที่ให้บริการแก่นักศึกษาที่มีอายุต่ำกว่า 26 ปี โดยมีราคาต่อปีอยู่ที่ 342 ยูโรต่อปี + ค่าดำเนินการ 8 ยูโร (นับว่ามีราคาถูกกว่าบัตร Navigo แบบรายเดือนกว่าราว 50%) และสามารถเลือกชำระเงินได้สองแบบคือ จ่ายงวดเดียวเต็มจำนวน หรือ แบ่งชำระรายเดือนทั้งหมด 9 งวด (เดือนละ 38 ยูโร) 

บัตร Imagine’R นั้นสามารถใช้เดินทางได้ในทุกโซนของปารีส (1 ถึง 5) และสามารถเดินทางได้ในทั่วแคว้น Île-de-France ในวันหยุดสุดสัปดาห์ วันหยุดราชการ และวันหยุดโรงเรียน นอกจากนี้ ผู้ถือบัตร Imagine’R ยังได้รับส่วนลดจากร้านค้าและบริการต่างๆที่เข้าร่วมรายการ อาทิเช่น สามารถซื้อตั๋วหนังลดราคาของโรงหนังในเครือ Les Cinémas Gaumont Pathé ได้

การสมัครบัตร Imagine’R นั้นสามารถทำได้โดยการขอใบสมัครจากเค้าเตอร์ภายในสถานีรถไฟฟ้าทุกสถานี ทำการกรอกรายละเอียด แล้วส่งทางไปรษณีย์ให้กับ Imagine’R พิจารณา หรือสมัครทางออนไลน์ที่ www.imagine-r.com ทั้งสองทาง เราจะได้รับบัตร Imagine’R กลับมาหลังจากการสมัครผ่านทางไปรษณีย์ และสามารถเลือกช่วงเวลาในการเริ่มต้นใช้งานบัตรได้หลากหลาย โดยสามารถเริ่มใช้งานในวันที่ 1 ของเดือนกันยายน ตุลาคม พฤกศจิกายน ธันวาคม หรือ มกราคม และจะมีอายุการใช้งานเป็นเวลา 12 เดือนนับตั้งแต่วันที่เริ่มต้นใช้งาน

ใครสามารถสมัครบัตร Imagine’R ได้

  • อาศัยอยู่ในแคว้น Île-de-France
  • มีสถานะนักเรียนและมีอายุต่ำกว่า 26 ปี
  • มีหลักฐานมีลงทะเบียนเรียนการสถานศึกษาที่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลฝรั่งเศส
  • ไม่มีสัญญาจ้างงาน

เอกสารที่จำเป็นต้องใช้

  • รูปถ่ายหน้าตรง 1 ใบ
  • หลักฐานการลงทะเบียนเรียนกับสถานศึกษา
  • รายละเอียดบัญชีธนาคารฝรั่งเศส RIB

5.2 บัตร Navigo Annuel เป็นบัตรสุดท้ายที่อยากจะแนะนำเพื่อเป็นตัวเลือกให้กับผู้มาใหม่ที่มีอายุเกิน 26 ปีไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถสมัครบัตร Imagine’R ได้ โดยบัตร Navigo Annuel นั้นคือบัตรประเภทเดียวกับ Navigo แบบรายเดือนที่ได้กล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ หากแต่ว่า บัตร Navigo Annuel นั้นจะเป็นการสมัครสมาชิก 12 เดือน โดยมีราคาอยู่ที่ 827.2 ยูโร  หรือเท่ากับราคาของบัตร Navigo รายเดือน 11 เดือน พูดจ่ายๆว่าจ่าย 11 แถมใช้ฟรี 1 เดือนในเดือนสุดท้าย (บวกอีก 7.6 ยูโรสำหรับค่าดำเนินการ) และการจ่ายเงินจะเป็นการแบ่งจ่ายทั้งหมด 11 เดือนโดยที่เดือนแรกจะรวมค่าดำเนินการด้วยอีก 7.6 ยูโร 

ข้อดีที่สำหรับของบัตร Navigo Annuel ก็คือ หากเกิดการสูญหายของบัตร Navigo โดยปกติแล้ว หากเราไม่ได้ลงทะเบียนบัตร Navigo ไว้นั้น เราจำเป็นจะต้องซื้อบัตรใบใหม่มูลค่า 5 ยูโรและเสียเงินค่าสมัครรายสัปดาห์/รายเดือนใหม่ทั้งหมด แต่การลงทะเบียนกับ navigo Annuel นั้น เราสามารถขอทำบัตรใบใหม่ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเสียเงินค่ารายปีใหม่อีกรอบ และไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับบัตรใบใหม่อีกด้วย (จำกัดการสูญหายได้ 2 ครั้ง)

  1. ตารางสรุปเปรียบเทียบบัตรโดยสารแต่ะประเภท

Share this post

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *